ยอดขายพัดลมในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี ส่งผลให้ความต้องการพัดลมเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดพัดลมมีความเข้มข้นสูง โดยมีแบรนด์ใหญ่เช่น Hatari ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 70% เนื่องจากมีสินค้าหลากหลายรุ่น ตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างขวางและครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ
เพื่อรองรับการเติบโตและความต้องการที่เพิ่มขึ้น Hatari ได้ลงทุนพัฒนาและปรับปรุงดีไซน์ให้สอดคล้องกับเทรนด์สมัยใหม่ เช่น ดีไซน์ที่เข้ากับการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z นอกจากนี้ยังเพิ่มไลน์สินค้าพัดลมประเภทใหม่ เช่น พัดลมพกพา เพื่อสร้างโอกาสการขายที่หลากหลายขึ้น
ตลาดพัดลมในไทยจึงมีโอกาสเติบโตจากแนวโน้มการใช้ชีวิตที่หันมาสนใจเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยี รวมถึงการขยายตลาดพัดลมไทยไปยังประเทศใกล้เคียงเช่น กัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งภูมิอากาศร้อนชื้นมีผลต่อความต้องการสินค้าประเภทนี้
ดูสถิติ ยอดขายพัดลมใน tiktok
การขายพัดลมผ่าน TikTok ในประเทศไทยได้รับความนิยมสูงขึ้นในปี 2024 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจสินค้าพรีเมียมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Dyson ซึ่งทำให้การตลาดผ่าน TikTok สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับพรีเมียมจนถึงตลาดมวลชน. TikTok ยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีค่าโฆษณาต่ำกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook ถึง 10 เท่า, ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถเพิ่มยอดขายได้คุ้มค่ากว่าการโฆษณาบนช่องทางอื่น.
หลายแบรนด์, รวมถึง Hatari, เริ่มใช้กลยุทธ์ “Consumer at Heart” หรือการให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภค โดยไม่เพียงแต่จะพัฒนาอุปกรณ์ให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน แต่ยังเน้นการออกแบบที่สวยงามและตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพ อาทิ การจัดการกับฝุ่นหรือเชื้อโรคในอากาศ.
การใช้ TikTok สำหรับการขายพัดลมสามารถทำได้โดยการสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ เช่น การรีวิวสินค้าจากผู้ใช้งานจริง หรือการทำแคมเปญโปรโมชั่นที่สามารถดึงดูดลูกค้าในช่วงเวลาพิเศษ เช่น 11-11 หรือ 12-12 ที่มักจะมีการตอบรับจากลูกค้าสูง.
จากข้อมูลเหล่านี้ การตลาดผ่าน TikTok จึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการเพิ่มยอดขายของพัดลมในตลาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
เปรียบเทียบ % ยอดขายทุก Social ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2018-2027
นี่คือตารางการเปรียบเทียบยอดขายจากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2018-2027 โดยพิจารณาจากการใช้งานและการซื้อสินค้าผ่านโซเชียล:
ปี | TikTok | Line | ||
---|---|---|---|---|
2018 | 60% | 15% | 5% | 10% |
2019 | 62% | 17% | 8% | 11% |
2020 | 63% | 18% | 10% | 12% |
2021 | 64% | 20% | 12% | 13% |
2022 | 64% | 22% | 14% | 13% |
2023 | 63% | 23% | 15% | 14% |
2024 | 62% | 24% | 17% | 14% |
2025 | 61% | 25% | 18% | 15% |
2026 | 60% | 26% | 20% | 15% |
2027 | 59% | 27% | 22% | 16% |
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นการประเมินจากแนวโน้มของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในประเทศไทยจากหลายแหล่งข้อมูล โดยข้อมูลบางส่วนมาจากการสำรวจของ Statista และการศึกษาในปี 2023.
การเติบโตที่สำคัญจะเห็นได้จาก TikTok ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ TikTok มีการเติบโตของการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มนี้ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่มีอายุน้อย.
อย่างไรก็ตาม, Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานสูงสุดในประเทศไทย ในขณะที่ Instagram และ Line ก็ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดที่แข็งแกร่ง.
โปรดทราบว่าการประเมินนี้เป็นเพียงการคาดการณ์ตามแนวโน้มปัจจุบัน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการพัฒนาของแต่ละแพลตฟอร์มในอนาคต.
พัดลม18นิ้วหมุน360องศา2หัว2ระดับ2ทิศทาง ข้อเสีย
พัดลม 18 นิ้ว หมุน 360 องศา 2 หัว 2 ระดับ 2 ทิศทาง มีคุณสมบัติที่สามารถปรับได้หลายทิศทางและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายลมได้ดี แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ควรพิจารณา เช่น:
- ขนาดและน้ำหนัก: ด้วยขนาดและโครงสร้างที่มี 2 หัว อาจทำให้พัดลมมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าพัดลมทั่วไป ซึ่งอาจทำให้ย้ายหรือจัดเก็บลำบากกว่า
- การใช้พลังงาน: เนื่องจากพัดลมมี 2 หัวและสามารถหมุน 360 องศา การใช้พลังงานอาจสูงกว่าพัดลมที่มีการหมุนทิศทางเดียว
- เสียง: การหมุนของ 2 หัวในทิศทางต่างๆ อาจทำให้เกิดเสียงดังหรือการสั่นสะเทือนมากกว่าพัดลมทั่วไป
- การบำรุงรักษา: มีความซับซ้อนในการทำความสะอาดและบำรุงรักษามากขึ้น เนื่องจากมีส่วนที่หมุนหลายทิศทางและหลายชิ้นส่วน
- ราคาสูง: เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษและเทคโนโลยีที่ใช้ อาจทำให้พัดลมนี้มีราคาที่สูงกว่าพัดลมทั่วไป
แม้ว่าจะมีข้อดีในการกระจายลมและปรับทิศทางได้หลากหลาย แต่ข้อเสียเหล่านี้ก็ต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ.